Lanna Architecture Center

ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์)

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เกี่ยวกับเรา


วัตถุประสงค์ และเป้าหมาย


lannaarch_article_3

lannaarch_article_5

  1. เป็นแหล่งศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมล้านนาแห่งหนึ่งของภูมิภาค
  2. เป็นศูนย์กลางในการค้นคว้าและวิจัยทางด้านสถาปัตยกรรมล้านนาและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่เกี่ยวข้อง
  3. เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์ และบูรณะซ่อมแซมงานสถาปัตยกรรมล้านนา
  4. เป็นอาคารตัวอย่างที่ได้รับแนวทางการอนุรักษ์และบูรณะอย่างถูกต้องตามหลัก วิชาการอนุรักษ์ เป็นการเก็บรักษาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้เห็นและยังเป็นตัวอย่างการอนุรักษ์ให้ แก่หน่วยงานอื่นๆ ของประเทศไทย
  5. เป็นแหล่งพบปะของสถาปนิกและบุคคลทั่วไปในการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น รวมถึงร่วมมือกันกำหนดแนวทางในการประยุกต์หรือสร้างสรรค์เอกลักษณ์ของงาน สถาปัตยกรรมล้านนา
  6. เพื่อสร้างความเข้าใจหรือปลุกจิตสำนึกของประชาชนในท้องถิ่นให้ตระหนักถึงคุณ ค่าของประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรม และการอนุรักษ์สถาปัตยกรรม
  7. เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่

ประวัติความเป็นมา


lannaarch_article_1

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ เดือนมิถุนายน 2538 เป็นคณะที่ 17 ของมหาวิทยาลัยและเป็นคณะในกำกับของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2543 โดนมีบัณฑิตจบการศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2542 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางคณะฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมล้านนา และการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมมาโดยตลอด โดยมีหลักสูตรที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม และการประยุกต์งานสถาปัตยกรรมล้านนา ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจและมีพื้นฐานทางด้านสถาปัตยกรรม โดยสามารถนำความรู้ดังกล่าวไปปรับใช้กับการออกแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยได้ อย่างเหมาะสม จากเหตุผลดังกล่าว คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงได้มีโครงการจัดตั้งศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บจัดแสดงและศึกษาค้นคว้าข้อมูลด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมล้านนา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

lannaarch_article_2

ปัจจุบัน ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) เป็นหน่วยงานภายใต้งานศิลปวัฒนธรรมและชุมชน คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำหน้าที่ในการวิจัย จัดเก็บ และเผยแพร่ความรู้ทางด้านสถาปัตยกรรมล้านนา และศิลปวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่อง มีที่ทำการ ณ อาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) ซึ่งเป็นอาคารเก่าอายุประมาณ 130-140 ปี ซึ่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับบริจาคจากคุณเรียงพันธุ์ ทิพยมณฑล และอาจารย์จุลทัศน์ กิติบุตร เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2544

อาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ หรือบางท่านเรียกว่า คุ้มกลางเวียง เดิมเป็นของ เจ้าบุรีรัตน์ (น้อย มหาอินทร์) หลานของเจ้าหลวงคำฝั้น (เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่3) สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2432-2436 ต่อมาเจ้าน้อยชมชื่น ณ เชียงใหม่ บุตรชายเจ้าบุรีรัตน์ (น้อย มหาอินทร์) ได้รับมรดกและเป็นผู้ครอบครองอาคารในระหว่างปี พ.ศ. 2437-2489

นางบัวผัน นิกรพันธ์ (ทิพยมณฑล) ได้ซื้อต่อจากเจ้าบุษบา ณ เชียงใหม่ (ภริยาเจ้าน้อยชมชื่น ณ เชียงใหม่) และเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงญาติคนปัจจุบันคือคุณเรียงพันธุ์ ทิพยมณฑล (บุตรีนางบัวผันและเป็นน้าสาว ของอาจารย์จุลทัศน์ กิติบุตร) วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2544 ตระกูลกิติบุตรและทิพยมณฑล ได้มอบอาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มหาอินทร์ ให้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ใช้เป็นที่ทำการของศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา ภายใต้การดูแล และดำเนินงานของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รูปแบบการใช้งานในแต่ละยุคสมัย


ยุคเจ้าบุรีรัตน์ มหาอินทร์ (พ.ศ. 2416 – 2436)

คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มหาอินทร์ สันนิษฐานว่าสร้างในช่วงปีใดปีหนึ่งระหว่าง พ.ศ. 2416 – ก่อนปี พ.ศ. 2425 โดยในช่วงแรกใช้เป็นอาคารบ้านพักอาศัยของเจ้าน้อยมหาอินทร์ ซึ่งตำแหน่งเจ้าบุรีรัตน์มีลำดับความสำคัญ เป็นลำดับที่ 3 ในกลุ่มเจ้าขันธ์ห้าใบ แต่เดิมใช้ชื่อตำแหน่งว่า เจ้าหอเมืองแก้ว และในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเป็น เจ้าบุรีรัตน์ ในปี พ.ศ. 2399 ตำแหน่งเจ้าบุรีรัตน์มีหน้าที่ในการช่วยเจ้าหลวงเชียงใหม่บริหารบ้านเมืองคล้ายกับตำแหน่งของตำรวจในปัจจุบัน มีหลักฐานว่า อาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มหาอินทร์ เคยใช้เป็นคุกในการกักขังนักโทษที่ได้ย้ายมาจากคุ้มเจ้าบุญทวงศ์ ที่เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2425 ในช่วงเวลาเดียวกันเจ้าบุรีรัตน์ มหาอินทร์ ได้เป็นแม่ทัพไปทำศึกกับเจ้าฟ้าโกหล่าน เมืองหมอกใหม่ แคว้นฉาน จนได้รับชัยชนะและเป็นแม่ทัพในการปราบกบฏพญาผาบ ทำให้ปี พ.ศ. 2432 ในปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่คาดว่าเคยเป็นคอกในคุ้มมาก่อนคือ บริเวณชั้นล่างของอาคารคุ้มเจ้า ซึ่งปัจจุบันเป็นห้องสำหรับจัดนิทรรศการทางประวัติศาสตร์

ยุคเจ้าน้อยชมชื่น ณ เชียงใหม่ (พ.ศ. 2436 – 2460)

หลังจากเจ้าบุรีรัตน์ มหาอินทร์ได้เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2436 เจ้าน้อยชมชื่น ณ เชียงใหม่ บุตรชาย ได้เป็นผู้รับกรรมสิทธิ์การครอบครองคุ้มเจ้าต่อมาและได้อยู่อาศัยร่วมกับ เจ้าบุษบา ณ เชียงใหม่ และบุตรชาย 2 คน คือ เจ้าเผ่าพันธุ์ และเจ้าพงษ์เจริญ ต่อมาเมื่อเจ้าน้อยชมชื่อได้เสียชีวิตลงกรรมสิทธิ์ของคุ้มหลังนี้ตกไปอยู่กับเจ้าบุษบา ที่ใช้ในการพักอาศัยอยู่กับบุตรชาย โดยได้เปิดเป็นบ่อนกาสิโน ในบริเวณชั้นล่างของอาคารที่ในอดีตเคยเป็นคุกขังนักโทษก่อนย้ายไปที่คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (หน่อเมือง) ทั้งนี้ในสมัยนั้นเจ้านายทางฝ่ายเหนือมีการเล่นพนันและเปิดบ่อนกันเป็นเรื่องทั่วไปยังไม่ผิดกฎหมายโดยส่วนใหญ่ทำให้เจ้าส่วนใหญ่เริ่มมีหนี้สินที่เกิดจากการพนัน จึงมีการนำเอาทรัพย์สินไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดเพื่อนำไปใช้ เป็นจำนวนมาก ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงภาวะเศรษฐกิจผันแปร ทำให้กิจกรรมต่างๆ ของเจ้าเสื่อมโทรม ทำให้คุ้มเจ้าต่างๆ ถูกขายให้กับคหบดีในจังหวัดเชียงใหม่ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) ก็เป็นหนึ่งในคุ้มเจ้าเหล่านั้น โดยถูกขายให้กับต้นตระกูลทิพยมณฑล มีหลักฐานการซื้อขายให้กับ นางบัวผัน ทิพยมณฑล ในราคา 5,000 บาท ในปี พ.ศ. 2460 โดยเจ้าบุษบาและบุตรชายได้ย้ายไปอยู่บ้าน บริเวณด้านข้างกับศาลาธนารักษ์ในปัจจุบัน

ยุคตระกูลทิพยมณฑลและกิติบุตร (พ.ศ. 2460 – 2544)

เมื่อนางบัวผัน ทิพยมณฑล ได้ซื้อคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ต่อมาจากเจ้าบุษบา ในปี พ.ศ. 2460 ได้อยู่อาศัยพร้อมกับบิดา คือ พระนายกคณานุการ (เมือง ทิพยมณฑล) โดยก่อนหน้านี้นางบัวผัน ได้อาศัยอยู่กับนายซุ่มเฮง ผู้เป็นสามี เมื่อนายซุ่มเฮงเสียชีวิตจึงได้ย้ายมาอยู่กับบิดา ก่อนที่จะย้ายมายังคุ้มเจ้าแห่งนี้ นางบัวผันและพระนายกคณานุการได้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในคุ้มเจ้าแห่งนี้ ในปี พ.ศ. 2470 ไม่ได้มีการย้ายเข้ามาทันทีหลังจากการซื้อต่อมา โดยในขณะนั้นภายในคุ้มเจ้าประกอบไปด้วย นางบัวผัน พระนายกคณานุการ และนางสาวเรียงพันธุ์ (บุตรสาว) ครอบครัวนายสีมา (น้องชาย) ซึ่งประกอบไปด้วยภรรยา คือ นาง บุญปั๋นและบุตรธิดาทั้งหมด 7 คน ได้แก่ นางประภา ทิพยมณฑล, นายบรรจง ทิพยมณฑล, พ.ต.ท.ธงชัย ทิพยมณฑล, นายอุดม ทิพยมณฑล, นายสมจิต ทิพยมณฑล, นางพิสมัย คำวงษ์ปิน และนางวิไลวรรณ วงศ์โกมลเชษฐ์ โดยที่นางบัวผัน พระนายกคณานุการ และนางสาวเรียงพันธุ์ จะพักอยู่ชั้นบน ส่วนครอบครัว ของนายสีมาจะอาศัยอยู่บริเวณชั้นล่างซึ่งมีทั้งหมด 3 ห้อง ที่คาดว่าเคยเป็นคุกเก่าในสมัยเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) แต่ได้มีการปรับปรุงด้วยการทำเป็นพื้นคอนกรีตเพื่อให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย ทำให้คุ้มกลางเวียงในขณะนั้นคาดว่ามีผู้อยู่อาศัยทั้งสิ้น 12 คน ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนชุดแรกของตระกูลทิพยมณฑลที่อยู่อาศัยในช่วงเวลานั้น

ยุคคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ปี พ.ศ. 2544 – ปัจจุบัน)

ก่อนที่จะมีการส่งมอบอาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) ให้แก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นางสาวเรียงพันธุ์ ทิพยมณฑล ได้ไปสร้างบ้านพักอาศัยไว้บริเวณหลังโรงพยาบาลลานนาซึ่งเป็นที่ดินของตระกูลทิพยมณฑลเดิม และเมื่อบ้านหลังดังกล่าวสร้างเสร็จและจึงส่งมอบอาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) ให้อยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อใช้ในการเป็นอนุสรณ์ให้แก่บรรพบุรุษตระกูลทิพยมณฑลและกิติบุตร ในวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2544 หลังจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับมอบอาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มหาอินทร์แล้วนั้น ได้ให้คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นผู้ดูแลและจัดตั้งเป็นศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน ในเรื่องของงานสถาปัตยกรรมแบบล้านนา รวมไปถึงเพื่อให้เป็นสถานที่ในการทำกิจกรรมของเมืองเชียงใหม่ในเรื่องของวัฒนธรรม โดยในปัจจุบันคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ได้รับอาคารมาดูแลตั้งแต่ที่มีการรับมอบ โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ได้มีการปรับปรุง ดูแลและยังคงอนุรักษ์อาคารเพื่อให้อาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) ยังคงเป็นสถานที่เล่าเรื่องเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ผ่านสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานรูปแบบตะวันตก และรูปแบบล้านนาได้อย่างลงตัว

ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของคุ้มเจ้าบุรีรัตน์มหาอินทร์


lannaarch_0

อาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) เป็นตัวอย่างของงานสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างลักษณะพื้นถิ่นและอิทธิพลตะวันตกอย่างลงตัว เป็นอาคารสองชั้น หลังคาทรงมะนิลา มีระเบียงโดยรอบ เป็นแบบอย่างสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตกที่สร้างในเมืองเชียงใหม่ยุคแรก อีกทั้งยังแสดงออกถึงอิทธิพลของการก่ออิฐ การแปรรูปไม้เทคนิคการเข้าไม้ที่เข้ามาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจและสังคมของเมืองเชียงใหม่ช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ตัวอาคารเป็นเรือนครึ่งปูนครึ่งไม้สองชั้น บันไดอยู่ด้านนอก ชั้นล่างก่ออิฐหนาเป็นรูปโค้ง (Arch) ฉาบปูนเป็นระเบียงโดยรอบ ชั้นบนเป็นพื้นไม้สักมีระเบียงโดยรอบ หลังคาจั่วและหลังคาปั้นหยามุงด้วยกระเบื้องดินขอคลุมระเบียงโดยรอบ ปัจจุบันตัวอาคารยังอยู่ในสภาพดี แสดงถึงวิทยาการการก่อสร้างที่แข็งแรงคงทนในอดีต อย่างไรก็ตามทางคณะฯ เห็นว่าต้องมีการซ่อมแซมเพื่อให้อาคารมีความคงทนถาวรและพร้อมที่จะใช้งานต่อไป โดยในขณะนี้คณะฯ ได้เริ่มจัดทำแผนการอนุรักษ์แบบการสงวนรักษา (Preservation)

lannaarch_1

คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 ไร่ 3 งาน 84 ตารางวา ภายในก่ออิฐหนาสูงประมาณ 1.80 เมตร โดยรอบทั้งสี่ด้าน อาคารสองชั้นมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ประสมประสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกและล้านนา แปลนเป็นลักษณะศอกคู้ (รูปตัวL) ชั้นล่างมี 3 ห้อง ชั้นบนมี 3 ห้อง บันไดอยู่นอกอาคารทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ในส่วนชั้นล่างเป็นรูปแบบผสมของเรือนมะนิลากับสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ซึ่งแพร่หลายในประเทศอาณานิคม ชั้นบนเป็นเรือนเครื่องไม้แบบเชียงใหม่ที่ได้นำเทคนิควิธีเครื่องบนไม้และวัสดุพื้นเมือง (ดินขอ) มาใช้อย่างเหมาะเจาะลงตัว หลังคาจั่วและหลังคาปั้นหยาคลุมระเบียงโดยรอบ โครงสร้างเป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมมหาอำนาจอังกฤษในเชียงใหม่ในยุคแรก แสดงถึงอิทธิพลทางการก่อสร้าง การก่ออิฐ การแปรรูปไม้ เทคนิคการเข้าไม้ โครงสร้างที่ใช้ช่างก่อสร้างได้รับการฝึกฝนจากชาวตะวันตก เข้ามาพร้อมการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจ

โครงสร้างอาคาร


lannaarch_2

โครงสร้างพื้น

โครงสร้างพื้นชั้นล่างแต่เดิมสันนิษฐานเป็นดินและมีการเรียงพื้นด้วยอิฐ ต่อมามีการทำพื้นปูนซีเมนต์ ส่วนพื้นชั้นบนของอาคารประกอบด้วยโครงสร้างไม้ มีการวางโครงสร้างพื้นแบบเรือนล้านนา วางบนโครงสร้างผนังรับน้ำหนัก พื้นไม้ชั้นบนเป็นไม้สัก วางตีชิดทั้งภายในอาคารและระเบียงรอบมีการวางไม้พื้นสองแนว ลักษณะไม้มีขนาดที่ไม่สม่ำเสมอ บอกถึงฝีมืองานช่างไม้ในสมัยนั้น ที่ยังไม่มีการเข้ามาของเครื่องจักรใหญ่ ยังใช้แรงงานโดยมือ

โครงสร้างผนัง

โครงสร้างผนัง ส่วนชั้นสองของอาคาร ประกอบด้วยโครงสร้างไม้ ลักษณะเป็นโครงเคร่าตั้ง เพื่อรับผนังแนวนอนรอบอาคาร และโครงเคร่านอน ในส่วนของประตูและหน้าต่าง ผนังเป็นไม้สัก มีการตกแต่งขอบจากกบไส้ไม้และเข้าไม้ด้วยผนังบังใบ ทำให้ผนังเรียบเสมอหน้าไม้ แสดงให้เห็นถึงการเน้นรายละเอียดของการใช้วัสดุ ยกเว้นส่วนห้องเก็บของทิศใต้ของอาคารและห้องพระด้านทิศเหนือของอาคาร ที่ไม่มีการปิดผนังภายใน

lannaarch_3

โครงสร้างเสาและผนังรับน้ำหนัก

โครงสร้างเสาและผนังรับน้ำหนักของอาคารได้รับอิทธิพลการก่อสร้างจากตะวันตกรูปแบบผนังรับน้ำหนักมีลักษณะก่อกำแพงหนา 40 เซนติเมตร ผนังภายนอกส่วนระเบียงทิศเหนือและทิศตะวันตก ตกแต่งด้วยการเจาะช่องโค้ง (Arch) แสดงถึงกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมโคโลเนียล ผนังทิศใต้และทิศตะวันออกมีการตกแต่งทำให้เกิดจังหวะของเสาและกำแพง ขอบบนของผนังภายนอกตกแต่งด้วยบัวปูนปั้นรอบอาคาร

โครงสร้างฝ้าเพดาน

โครงสร้างฝ้าเพดานของอาคาร ชั้นหนึ่งตีไม้ปิดโครงสร้างของพื้นชั้นสอง ตีปิดไม้สักแนวเดียว เช่นเดียวกันชั้นสอง แต่มีลักษณะโค้งขึ้นจากคอสองของผนังภายในอาคาร และห้องภายในทั้งหมด 3 ห้องชั้นสอง

lannaarch_4

โครงสร้างหลังคา

โครงสร้างหลังคาเป็นรูปแบบมะนิลาคลุมพื้นที่ไปยังระเบียงรอบ ลักษณะโครงสร้างเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก คือการทแยงไม้รับน้ำหนักหลังคา (Truss) เพื่อลดการชนไม้ของโครงสร้าง ทำให้สามารถรับน้ำหนักที่ดีกว่า กระเบื้องที่ใช้แต่เดิมเป็นกระเบื้องดินขอ วัสดุหลังคาท้องถิ่น มีลักษณะเล็กและเบา

ระเบียงรอบ

ระเบียงรอบที่แสดงถึง "สถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม" หรือ "Colony Architecture" แสดงถึงการเข้ามาของอิทธิพลตะวันตกในช่วงการค้าไม้ภายในล้านนา ลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดคือ ด้านหน้าของอาคารที่เป็นช่องโค้ง (Arch) ต่อเนื่องกันเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดการเดินเท้า ที่ภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า "อาเขต" (Arcade) หรือภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า "หง่อคาขี่" หมายถึงทางเดินกว้างห้าฟุต ซุ้มโค้งมีการตกแต่งที่เรียบง่ายในส่วนของเสา ส่วนโค้ง และราวระเบียงไขว้

lannaarch_6

ลายฉลุ

ลายไม้ฉลุระเบียงรอบอาคาร ฉลุลวดลายกลีบดอก เป็นลวดลายที่เห็นได้ทั่วไปของบ้านเรือนในพื้นถิ่นล้านนาสมัยนั้น นอกจากนี้ยังมีลายฉลุซุ้มโค้งระเบียงชั้นสอง ซึ่งเรียกว่า "ลายดอกประจำยามราชวัตร" ซึ่งเห็นได้จากภายในตัวเรือนรูปแบบการฉลุไม้เป็นลักษณะงานเครื่องมือช่างในสมัยก่อน

ประตูและหน้าต่าง

ประตูลูกฟักบานเปิดคู่ ตกแต่งส่วนบนเป็นบานเกร็ดที่เกิดจากการใช้เครื่องมือช่างในสมัยโบราณ ไสไม้ให้เป็นบานเกร็ด และเข้าไม้ด้วยบังใบ เป็นลักษณะเด่นของประตูที่ได้รับอิทธิพลตะวันตก ส่วนหน้าต่างเป็นบาดเปิดคู่ ภายในกั้นด้วยลูกกรงสายบัวเหล็ก ส่วนประกอบของประตูและหน้าต่าง เช่น ตัวกลอนยาว มือจับ ของเดิมยังหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง ส่วนห้องชั้นสองมีการติดตั้งบานกระจกพลิก (ฝ้าขุ่น) สามารถพลิกได้ 180 องศา ไม่ค่อยพบเห็นทั่วไปในปัจจุบัน ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเข้ามาช่วงใด

lannaarch_6

บ่อน้ำ

ส่วนประกอบอื่นในพื้นที่คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ยังมีบ่อน้ำสองจุด คือ บริเวณทิศเหนือเดิมเป็นบ่อน้ำทรงกลม เนื่องจากความทรุดโทรม จึงปรับปรุงเป็นสี่เหลี่ยม และส่วนบริเวณทิศใต้ยังคงสภาพเดิม นอกจากนี้ยังมีร่องรอยของกำแพงอิฐก่อขึ้นมา สันนิษฐานว่าเป็น "ต๊อม" คือพื้นที่ใช้อาบน้ำของชาวพื้นเมืองล้านนา สันนิษฐานว่ามีลักษณะเป็นการก่ออิฐสูงขึ้นมาเพื่อบดบังทัศนวิสัย

งานบูรณะอาคารและบริเวณโดยรอบ


แผนงานในการบูรณะและปรับปรุงอาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์)


restoration_2 restoration_3 restoration_4

  1. งานซ่อมแซมตัวอาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) เป็นการบูรณะซ่อมแซมและคืนสภาพอาคารให้คงรูปแบบดั้งเดิมในลักษณะของการสงวนรักษา (Preservation) พร้อมทั้งปรับปรุงตัวอาคารให้พร้อมใช้งานในลักษณะของอาคารจัดแสดงและจัดเก็บ
  2. งานระบบทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมถึงระบบวิศวกรรมไฟฟ้าและแสงสว่าง ประปา สุขาภิบาลทั้งตัวอาคารและโดยรอบ
  3. งานปรับปรุงภูมิทัศน์ ครอบคลุมถึงงานตกแต่งจัดสวนภายในบริเวณ งานซ่อมแซมรั้วเดิมและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายนอกอาคารในอนาคต
  4. งานปรับปรุงและซ่อมแซมอาคารโดยรอบ (อาคารโรงครัว) ดำเนินการปรับปรุงและซ่อมแซมอาคารโรงครัวที่อยู่ด้านหลัง เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ควบคู่กับอาคารหลังใหญ่

restoration_1

การรับบริจาคเพื่อสมทบทุนในการบูรณะอาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) การบูรณะอาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) เพื่อใช้เป็นที่ทำการศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินการ อย่างไรก็ตามจำนวนเงินดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

คณะฯ จึงขอเชิญชวนมายังท่านหรือหน่วยงานที่เห็นความสำคัญในงานสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศ ได้ร่วมกันบริจาคเงินทุนสนับสนุนการบูรณะซ่อมแซมอาคารคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) โดยท่านสามารถบริจาคได้โดยตรง ณ หน่วยการเงินและบัญชี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือติดต่อบริจาคโดยตรงที่ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) สี่แยกกลางเวียงเชียงใหม่ เบอร์โทรศัพท์ 053-277855

การขุดค้นโบราณคดีที่สำคัญภายในศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์)


restoration_5

การขุดค้นทางโบราณคดีที่สำคัญ ภายในบริเวณศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) เมื่อปี พ.ศ.2562 โดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตำแหน่งการขุดค้นทางโบราณคดีที่สำคัญจำนวน 2 หลุม ได้แก่ 1. บริเวณหน้าโรงครัว โบราณวัตถุสำคัญที่ค้นพบ ได้แก่ กุณฑี คอคนโฑแบบหริภุญชัย เครื่องถ้วยยุโรป เบ้าหลอมโลหะ และตะคันดินเผา 2.บริเวณหน้าอาคาร ไม่พบโบราณวัตถุที่สำคัญ

สรุปการขุดค้นทางโบราณคดีที่สำคัญภายในศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์)


จากการขุดค้นทางโบราณคดีที่สำคัญ สามารถแบ่งความสำคัญของการใช้พื้นที่ และโบราณวัตถุที่พบได้ทั้งหมด จำนวน 3 สมัย ดังนี้
restoration_7

สมัยที่ 1

ระดับ 80-140 เซนติเมตรจากผิวดิน เป็นสมัยที่มีอายุเก่าที่สุดในพื้นที่ (พุทธศตวรรษที่ 20-24) ข้อมูลจากโบราณวัตถุที่พบแสดงให้เห็นว่าระยะเวลาแรกสุดของการใช้งานพื้นที่ มีอายุไม่เก่าไปกว่าพุทธศตวรรษที่ 20 พบโบราณวัตถุประเภท กุณฑี คนโฑ และผางประทีป ซึ่งเป็นภาชนะที่ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาหรือพิธีในราชสำนัก พบเบ้าหลอมโลหะ (อาจบ่งบอกนัยยะสำคัญของพื้นที่)

restoration_8

สมัยที่ 2

ระดับ 20-100 เซนติเมตรจากผิวดิน เป็นสมัยของการก่อสร้างคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชั้นดินทับถมทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่า การสร้างคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) มีการถมปรับพื้นทีหนา 0.70-2.00 เมตร ดินที่นำมาถมปรับพื้นที่ น่าจะมาจากพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในเมืองเชียงใหม่ ที่เป็นพื้นที่สำคัญที่มีการใช้งานเข้มข้นและมีความเกี่ยวเนื่องกับราชวงศ์หรือชนชั้นปกครองของล้านนา เนื่องจากพบเศษเครื่องถ้วยจีนในสมัยราชวงศ์ชิง ราวพุทธศตวรรษที่ 23 มาจนถึงยุคต้นรัตนโกสินทร์ในพุทธศตวรรษที่ 25 โดยเฉพาะการพบเครื่องถ้วยญี่ปุ่นและเครื่องถ้วยยุโรป ที่กำหนดอายุได้ช่วงต้นถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 25

restoration_9

สมัยที่ 3

ระดับผิวดิน – 25 เซนติเมตร จากผิวดิน ซึ่งเป็นสมัยหลังสุดของการใช้งานพื้นที่ กำหนดอายุได้ในช่วงเวลาราว 100 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน (ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ถึงพุทธศตวรรษที่ 26) การใช้งานพื้นที่ในช่วงเวลานี้เป็นลักษณะของการใช้งานแบบพื้นที่อยู่อาศัย ชั้นดินสมัยหลังสุดนี้มีโบราณวัตถุปนกันค่อนข้างมาก ทั้งนี้พบเศษเครื่องถ้วยจีนยุคสาธารณรัฐค่อนข้างมาก รวมถึงเครื่องถ้วยญี่ปุ่นและเครื่องถ้วยยุโรป การใช้งานพื้นที่ในสมัยหลังสุดนี้น่าจะมีความต่อเนื่องมาตั้งแต่ตอนก่อสร้างคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) มาจนกระทั่งถึงช่วงต้นและกลางพุทธศตวรรษที่ 26 ดังจะเห็นได้จากการพบเหรียญกษาปณ์ 1 บาท ระบุปี พ.ศ.2505

พิพิธภัณฑ์เสมือน


พิพิธภัณฑ์เสมือน (Virtual Museum) คือรูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการ ที่อาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบอินเตอร์เน็ต เป็นสื่อมัลติมีเดียหรือสื่อผสม เน้นการสร้างภาพแบบ 3 มิติ เพื่อให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกคล้ายกับได้เข้าไปเดินชมภายในพิพิธภัณฑ์จริง เกิดขึ้นจากแนวความคิดเรื่อง ความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality)
(อ้างอิง : http://vmmaejam.nha.co.th/)
หลังจากติดตั้ง Unity Web Player แล้วจึงจะสามารถเข้าชมการแสดงผลของ "พิพิธภัณฑ์เสมือน" ได้ หากมีอุปกรณ์ Google Cardboard ก็จะเสริมประสบการณ์ได้ดียิ่งขึ้น

รางวัลที่ได้รับ


รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ 4 ปีต่อเนื่องของศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) จากสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

lannaarch_reward_2

ปี 2563

รางวัลพิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชน (Museum Thailand Popular Vote 2020)
lannaarch_reward_3

ปี 2562

รางวัลดีเด่นด้านกระบวนการเรียนรู้ (Award for Outstanding Learning Process) ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านสังคม ศิลปะ และวัฒนธรรม
lannaarch_reward_4

ปี 2562

รางวัลพิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชน (Museum Thailand Popular Vote 2019)
lannaarch_reward_5

ปี 2561

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ด้านวัฒนธรรม (Second Runner-Up In "Culture") ประเภทพิพิธภัณฑ์ด้านสังคม ศิลปะ และวัฒนธรรม
lannaarch_reward_6

ปี 2561

รางวัลพิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชน (Museum Thailand Popular Vote 2018)
lannaarch_reward_7

ปี 2560

รางวัลพิพิธภัณฑ์ขวัญใจมหาชน (Museum Thailand Popular Vote 2017)
lannaarch_reward_8

ปี 2548

รางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ด้านการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประเภทอาคารสถาบันและอาคารสาธารณะ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

กิจกรรมศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์)


บุคลากร


วิภาดา ศุภรัฐปรีชา
พนักงานปฏิบัติงาน (ศิลปวัฒนธรรมและชุมชน)
vipada.s@cmu.ac.th
053-277855
สุธิดา สุมณศิริ
พนักงานปฏิบัติงาน (บริการวิชาการ)
suthida.s@cmu.ac.th
053-942821

คณะกรรมการศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กวิน ว่องวิกย์การ
ประธานกรรมการ
รองศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ ศรีสุวรรณ
กรรมการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุรินทร์ ธราวิจิตรกุล
กรรมการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวลิต สัยเจริญ
กรรมการ
นางภัทรา จันทราทิตย์
กรรมการ
นางสาววิภาดา ศุภรัฐปรีชา
กรรมการ
ศาสตราจารย์ ดร.ระวิวรรณ โอฬารรัตน์มณี
ที่ปรึกษา
นางสาวสุธิดา สุมณศิริ
เลขานุการ